Blogs

Another Apple Custom Firmware for iPod touch

เป็นที่ทราบกันดีว่า มันไม่ได้มี Firmware แค่ตัวเดียวสำหรับ iPod touch/iPhone ตัวอย่างที่พิสูจน์ความจริงข้อนี้คือ มี Firmware สำหรับทำ Diagnostic ซึ่ง Firmware ตัวนี้แจกจ่ายให้กับศูนย์ให้บริการเท่านั้น (และก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ภายในเครื่อง)

เมื่อเร็วๆ นี้ ผมก็เพิ่งได้พบ Firmware พิเศษอีกตัว คือ Firmware สำหรับ Demo ตัว iPod touch/iPhone ในร้านค้า โดยสิ่งที่ทำให้มันพิเศษกว่า Firmware ปกติคือ มี Demo loop ให้ใช้งาน (ก่อนหน้านี้มีข่าวการค้นพบ DemoApp ในตัว iPod touch/iPhone ที่เมื่อนำไฟล์วีดีโอที่เข้ารหัสด้วยมาตรฐาน H.264 และตั้งชื่อไฟล์ว่า Demo.mov และวางไว้ที่ /var/mobile ตัวไฟล์นี้ก็จะทำงานเมื่อปล่อย iPod touch/iPhone ให้ Lock ไปเอง)

ตัว Firmware ชุดนี้มาเป็น Package สำหรับติดตั้งขนาดกว่า 4GB (ใช่ครับ 4 Gigabytes) ผมยังไม่มีโอกาสได้ทดลองว่าเป็นอย่างไร แต่จากการอ่านข้อแนะนำ ทาง Apple แจ้งว่าต้องสร้าง Account พิเศษเพื่อจัดการกับชุดติดตั้งชุดนี้โดยเฉพาะ (เพราะมันจะล้าง iTunes Library ของ User ที่ติดตั้งทิ้ง) วิธีใช้ก็แค่ Restore ด้วยวิธีที่เราทราบๆ กันครับเพื่อเลือกใช้ Custom firmware แล้วทำการ Restore from Backup ด้วยชื่อที่กำหนดไว้ในเอกสารแนะนำ (ไม่ขอเปิดเผยนะ)

เดี๋ยวเร็วๆ นี้เราคงจะได้เห็น iStudio หลายๆ ที่นำตัว Demo นี้ไปติดตั้งใน iPod touch เครื่องในร้านเพื่อให้เราลองเล่นกันครับ

ทำเอง บ่นเอง ฯลฯ

เลือกสอบ Closed-book แล้วทำข้อสอบไม่ได้ แล้วบ่นอะไร?

เลือกที่จะหักดิบ เกิดอาการอยากจนจะลงแดง แล้วบ่นอะไร?

เลือกดื่มยาทาแผลสด เกิดอาการสำลักอาเจียนแทบตาย แล้วบ่นอะไร?

เลือกซดไปห้าช็อตรวด คอหอยแทบลุกเป็นไฟ แล้วบ่นอะไร?

เลือกจะเป็นยอดมนุษย์เสียเอง โดนก้อนหินก้อนกรวดปา แล้วบ่นอะไร?

MacBook Air + Cinema Display + MacBook Air SuperDrive?

เมื่อวานด้วยความซน หลังจากมีลูกค้าท่านหนึ่งซื้อ Cinema Display จาก iStudio แห่งหนึ่ง ผมก็เลยได้ทดลองต่อ MacBook Air เข้ากับ Cinema Display และต่อ MacBook Air SuperDrive เข้าไปด้วย

ลองทายว่า SuperDrive มันจะใช้งานได้ไหม?

ทำอาหาร โดยไม่ตวงเท่าไร

จริงๆ ผมทำอาหารไม่เป็นเลย เพราะเกิดเหตุในสมัยอนุบาลที่ทำมีดบาดมือขณะผ่าส้มเพื่อคั้นน้ำส้มกินเอง แม่เลยไม่ให้จับมีด แล้วก็เลยไม่มีโอกาสได้ทำอาหารอีกเลย

เมื่อนานๆ นี้ (ไม่ค่อยเร็วเท่าไร เพราะนานแล้ว) ผมได้มีโอกาสไปทำพิซซ่าที่บ้านของรุ่นพี่ที่ที่ทำงานเก่า (ตอนนั้นลาออกมาแล้ว) พี่เขาจัดสูตรไว้ให้ (แน่นอนในสูตรมันก็มีระบุจำนวนวัตถุดิบที่ต้องใช้) เตรียมทุกอย่างไว้ให้ แต่ไม่ทำ ให้เราทำกินกันเอง แต่ก็คอยแนะนำวิธีจนมันออกมาเป็นของที่กินได้

เมื่อเร็วๆ นี้ได้ดูรายการสุริวิภา คืนนั้นแขกรับเชิญเป็นคุณอิ้ก (บรรณ บริบูรณ์) ตอนช่วงท้ายๆ ของรายการ รายการได้พาคุณอิ้กไปทำอาหารไทยกับอาจารย์ (จำชื่อไม่ได้) สิ่งที่อาจารย์เน้นคือ อาหารไทยไม่สามารถระบุได้ว่าต้องใส่อะไรเท่าไร โดยยกตัวอย่างมะนาวหนึ่งลูก มันเปรี้ยวไม่เท่ากัน น้ำไม่เท่ากันอีก เราจะรู้ว่าต้องใส่อะไรเท่าไรก็ต่อเมื่อเราชิม ถ้ามันอ่อนหวานก็ใส่น้ำตาล อ่อนเค็มก็เติมน้ำปลา จืดไปอาจจะเติมมะนาว ฯลฯ

คิดย้อนกลับไปตอนทำพิซซ่า ในสูตรบอกแค่ว่าใช้แป้ง 2 ถ้วย แต่เอาเข้าจริงๆ ผมใช้แป้งไม่น่าจะต่ำกว่า 4 ถ้วย คือ 2 ถ้วยสำหรับเป็นส่วนประกอบหลัก ส่วนที่เหลือคือใส่ไปทีหลังไม่ให้มันติดมือ ติดถ้วย ใส่แป้งไปเยอะๆ ก็เหมือนมันจะใหญ่ขึ้นด้วย

ถ้าไม่เหลือแป้ง ก็คงได้กินพิซซ่าประหลาดๆ แน่ เพราะตัวแป้งคงจะติดกับถ้วย หรือติดกับมือผมจนไม่อาจแกะออกมานวดเป็นแผ่นได้

คิดไปคิดมา สูตรมันก็แค่สูตรแหละ เอาไว้เป็นแนวทาง แต่เอาเข้าจริงก็ต้องเผื่อขาดไว้บ้าง (เว้นแต่จะทำอาหารยาจกที่โยนทุกอย่างลงกระทะแล้วทำให้มันหมดๆ นะ) การที่ไม่ทำตามสูตรมันก็ไม่น่าจะผิดอะไร มันไม่ได้เดือดร้อนใครนี่เนอะ? (แน่จริงก็กินอาหารไม่ต้องปรุงให้ได้ตลอดชีวิตแล้วกันนะ)

ปล. ข้อยกเว้นมันเยอะไปรึเปล่า?

Syndicate content