แก้การแสดงผล Search ให้ได้ดั่งใจ

บ่อยครั้งที่เมื่อใช้ SharePoint Search ค้นหาข้อมูลใน Portal เราพบกับข้อมูลจริง แต่คำบรรยายข้อมูลดูชวนคลื่นเหียนอาเจียน วิธีการปรับการแสดงผลคำบรรยายให้ดูดีมีสาระนั้นสามารถทำได้หลายแนวทาง กรณีนี้เราจะเลือกวิธีที่สั้นที่สุด ไม่ต้องสร้างหน้าค้นหาเพิ่ม แก้ XML, XSL บน Search Core Web Part อย่างเดียว

ขั้นแรก เราต้องสร้าง Managed Property แล้ว Map กับ Crawled Properties (1 ต่อ 1) อยากใช้กี่ค่าก็สร้างเข้าไป (จำชื่อไว้ด้วยเพราะจะเอาไปใช้ต่อ)

ขั้นที่สอง เปิดหน้าแสดงผลลัพธ์เนื้อหา ทำการแก้ไข Search Core Web Part ในส่วนของ XML และ XSL โดย

  • ปรับ Fetched Properties เพิ่มชื่อ Managed Properties ที่เราสร้างไว้ในขั้นตอนที่แล้ว
  • แก้ XSL แสดงผล มองหา <xsl:when test="hithighlightedproperties/HHTitle[. != '']"> และ <xsl:when test="hithighlightedsummary[. != '']"> แถว ๆ นั้นจะมี xsl:call-template ปรับค่า select เป็นการเชื่อม string ตาม property ที่เราสร้างขึ้นมา (ลองตรวจสอบ XML ผลลัพธ์การค้นหาก่อน -- ไม่ได้อธิบายในบทความนี้) เราอาจจะต้องเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปเพื่อที่เมื่อตรวจสอบพบว่ามีค่า property ของเรา จึงส่งข้อความของเราเข้าไป แต่ถ้าไม่มีก็กลับไปใช้รูปแบบเดิม

เพียงเท่านี้ เราก็จะผลลัพธ์ที่ดูเนียนตาขึ้นอีกหน่อย

Blog Tags: 

แก้คำผิด: Code Snippet: Get User Credentials Using the Default Secure Store Provider

จาก Code Snippet: Get User Credentials Using the Default Secure Store Provider

ได้ลองเอา code จากลิงค์ด้านบนไปใช้เพื่ออ่านค่า username, password จาก Secure Store Service แต่พบว่า Code ตัวอย่างนั้นไม่สมบูรณ์ เพราะขาดข้อมูลบางอย่างไป นี่คือสิ่งที่เขาทำตกหล่นไป

  1. ขาดการ Reference ถึง Microsoft.Office.SecureStoreService (อยู่ใน GAC แต่ต้องไปคุ้ยหาเอาจากใน Windows\Assembly)
  2. ต้อง using Microsoft.Office.SecureStoreService; ด้วยอีกอัน

หลังจากนั้นบรรทัด

ISecureStoreProvider provider = SecureStoreProviderFactory.Create();

จะใช้ได้เป็นปรกติ

Blog Tags: 

ลง Language Pack ให้ SharePoint 2013

ในที่สุด Language Pack ภาษาไทยก็ออกมาให้ได้ติดตั้งเสียที กระบวนการติดตั้งก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แต่ก็อาจจะมีจุดที่ตกหล่นไปบ้าง เราสามารถแบ่งกระบวนการออกได้เป็น 2 กรณีคือ

กรณีการติดตั้งแบบสะอาด (ตั้ง Farm ใหม่, เพิ่มเครื่องใหม่) กรณีนี้ง่ายคาดเดาได้ไม่ยาก คือ ติดตั้ง SharePoint ตามด้วย Language Pack ตามด้วย Hotfix แล้วจึงรัน Configuration Wizard หากนำเครื่องเข้า Farm จำเป็นต้องติดตั้ง Language Pack ในเครื่องอื่น ๆ ก่อนที่จะนำเข้า Farm (ดูกรณีถัดไป)

กรณีการติดตั้งต่อจากของเดิม กรณีนี้ที่อาจจะพลาดกันก็คือ การติดตั้ง Language Pack แล้วเรียกใช้ Configuration Wizard เลย ซึ่งจริง ๆ แล้วจะไม่สมบูรณ์ หากเราได้ทำการติดตั้ง Hotfix ลงไปในระบบก่อนหน้านั้น เราจำเป็นต้องติดตั้ง Hotfix อีกครั้ง เพื่อให้ Resource ของ Language Pack ถูกอัพเดตให้สอดคล้องกับ Hotfix ที่ติดตั้งไปด้วย จากนั้นจึงเรียกใช้งาน Configuration Wizard

แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจอีกอย่าง ณ ปัจจุบันนี้ (ต้นกรกฎาคม 2556) ทาง Microsoft ได้ออก Public Update สำหรับ SharePoint ออกมา 1 ตัว (March 2013) แต่เพิ่งจะออก Language Pack ช่วงปลายเมษายน ทำให้ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถติดตั้ง Language Pack ได้ก่อนที่จะติดตั้ง PU หรือไม่ ในขั้นนี้อาจจะต้องเผื่อเวลาในการติดตั้งไว้ด้วย นั่นคือ ติดตั้ง SharePoint / Hotfix / LP / Hotfix ตามลำดับ แต่หากสามารถติดตั้ง LP โดยไม่ต้องติดตั้ง Hotfix ก่อนก็จะลดเวลาลงไปได้พอสมควร ยิ่งกรณีเครื่องที่เริ่มใช้งานแล้ว การติดตั้ง Hotfix แต่ละหนใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างนาน อาจไม่ใช่เรื่องสนุกที่จะต้องมานั่งรอการติดตั้ง

Blog Tags: 

Quick Note: การทำ Cross-site collection Publishing

วิธีทำมีมากมายแต่ตัวที่แนะนำให้อ่านคือซีรีย์ How to set up a product-centric website in SharePoint Server 2013 ซึ่งก็ผ่านด้วยดี

แต่ก็พบจุดที่มีปัญหาทั้งบน Publishing Site และ Product Catalog หากมีการเปลี่ยนแปลง Region จะสามารถทำการ Connect ในเมนู Manage catalog connections โดยจะเจอ Error ประหลาดที่ไม่สื่อความหมายใดเลย ประมาณว่า

The value must be at most 64 characters long. Parameter name: Name

ดูไปดูมันก็คล้าย ๆ Exception ที่เกิดจาก LINQ นะ แต่นั่ง Refactor อยู่นานก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม ก่อนหน้าประโยคนี้ใน ULS ก็มีการล็อคข้อความไว้อีกอย่างซึ่งก็ไม่ได้มีข้อบ่งชี้ใดเป็นพิเศษให้หาเจอว่ามาจากไหน ก็เลยทำการลบ Site Collection ทำใหม่โดยไม่เปลี่ยน Region หลังจากนั้นทุกอย่างก็ใช้ได้เป็นปรกติ

เมื่อทำการเชื่อมต่อ Catalog เข้ากับ Publishing Site ของเราแล้ว ระบบจะสร้างหน้าเว็บให้ 2 หน้า (และ Page Layout ของแต่ละหน้า) คือหน้า Catalog เอาไว้แสดงรายการสินค้าหลาย ๆ รายการ และ Catalog Item ไว้แสดงรายละเอียดสินค้าทีละรายการ ตัวอย่างที่พบเห็นทั่วไปมักจะสอนการปรับแต่ง Content Search Web Part กัน อันนี้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากมาย เราต้องแก้ไข Control Template และ Item Template (อยู่ใน _catalogs/Display Templates/Content Web Parts) วิธีการลองอ่านย้อนจาก Stage 11 ในชุดบทความข้างต้นได้

ที่ดูจะมีปัญหาจริง คือหน้า Catalog Item ซึ่งถ้าจะลองดุ่ย ๆ จากหน้าตา SharePoint เลยอาจจะเดาไม่ออกว่าต้องไปแก้ที่ใด จริง ๆ แล้วเราสามารถใช้ SharePoint Designer เข้าไปแก้ Page Layout ของ Catalog Item ได้เลย โดยความเปลี่ยนแปลงที่ต่างไปจาก 2010 ก็คือ ใน 2013 นี้ ระบบสามารถสร้าง Page Layout (ไฟล์ .aspx) ได้จากไฟล์ HTML ที่ชื่อเหมือนกัน (ที่ทำเช่นนี้สามารถนำไปประยุกต์กับการทำ Master Page ได้ด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่อง Design Manager) ทำให้ Designer สามารถใช้ Web Editor ที่ชื่นชอบในการออกแบบหน้าเว็บได้โดยอิสระจากนักพัฒนา เพียงแต่ความยากในเรื่องนี้คือ การที่ Designer จำเป็นต้องใส่ Markup เฉพาะ เพื่อให้ตัว Design Manager สามารถอ่านไฟล์ HTML แล้วแปลงเป็น Page Layout ที่ถูกต้องได้ รายละเอียดตรงนี้สามารถดูได้จาก How to: Create a page layout in SharePoint 2013 และ SharePoint 2013 Design Manager snippets

สำหรับมือใหม่อาจจะงง ว่าแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าต้องใช้ Markup ใด คำตอบคือ คงต้องผสมระหว่าง Snippet ที่สามารถใช้ Design Manager (ทำงานผ่านหน้าเว็บ) ช่วยสร้าง (มันจะสร้างเป็น code มาให้เรานำไปแปะใน Web Editor ได้เลย) และอาจจะต้องดัดแปลงจาก Page Layout ที่มันสร้างให้ เพราะเอาเข้าจริง code สำเร็จรูปนั้นก็เยอะเกินไป ต้องลดทอนลงมาพอสมควร

เมื่อแก้ไขหน้าเสร็จแล้วก็อย่าลืมนำ url ของหน้าเว็บที่ใช้งาน Page Layout ข้างต้นกลับไปผูกกับ Terms ใน Managed Metadata ของ Catalog ด้วย เพื่อให้ Navigation ของไซต์กดใช้งานได้

Blog Tags: