Apple Inc.

ปัญหาที่ยังไม่ได้แก้

Apple ไม่ได้สมบูรณ์แบบ (อันนี้ Jobs พูดเอง) ก็เลยคิดว่าเรามารวบรวมความไม่สมบูรณ์แบบที่มันมากระทบกระเทือนชีวิตเราหน่อยแล้วกัน

  1. หัวปลั้กหลายมาตรฐาน (XX-style pin) เช่น Apple USB Adapter ที่ให้หัวแบบ EU, Battery Charger, Airport Express Wall-plug ที่ให้หัวแบบ UK
  2. คีย์บอร์ดที่วางขายไม่สอดคล้องกับ Region เช่น ภูมิภาค South Asia แต่ขายคีย์บอร์ดแบบ US-Layout เพียงอย่างเดียวแทนที่จะขายคีย์บอร์ดที่เป็นภาษาของประเทศนั้นๆ ให้ตรงกับคีย์บอร์ดที่แถมมาพร้อมเครื่อง
  3. Thonburi ที่ยังหาสาเหตุไม่เจอว่าตกลงมันเป็นปัญหาอะไรกันแน่
  4. Sales Team ที่มีคนพูดไทยได้ในจำนวนน้อย แถมระบบตอบรับก็ยังเป็น Singlish ที่ฟังแสนจะยาก (ก็บอกแล้วว่าให้ Alex อ่านก็ได้ ฟังง่ายด้วย)
  5. iPod Classic กับภาษาไทย
  6. Voiceover กับภาษาไทย
  7. คีย์บอร์ดไทยใน iPad (หรือปรับปรุงคีย์บอร์ดไทยใน iPhone)

สรุปไว้ก่อน ไว้มีเว็บสำหรับรวบรวมประเด็นแล้ว Take Action บางประการ ค่อยว่ากันอีกที

สัญญาณหายกับ iPhone 4

จากข่าวว่าการจับ iPhone 4 ในบางท่าทางจะทำให้สัญญาณโทรศัพท์แย่ลงจนถึงขั้นสัญญาณหาย แล้ว Steve Jobs ก็ได้อีเมล์ตอบกลับลูกค้าที่โวยวายต่างๆ นานา

ในประเด็นนี้ผมคิดว่า เขารับทราบปัญหาแล้วนะ แต่เขาอาจจะไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี (เชื่อไหมเนี่ย?) แต่ใครจะยอมรับง่ายๆ ว่าสินค้าของตัวเอง Defect จนต้องเรียกคืนล่ะ ดังนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่จะได้อ่านดราม่าแบบยืนกระต่ายขาเดียวเช่นนี้ ก็ทำอย่างไรได้ล่ะบางเครื่องมันก็ไม่เป็นนี่ ถ้า 100 เป็นทั้ง 100 ก็คงจะเสียหายมหาศาลพอดูที่จะเรียกคืนเครื่อง ก็ต้องวัดใจกันต่อไปว่า Apple จะจัดการกับเรื่องนี้หรือหาทางเยียวยาปัญหานี้อย่างไร (ตอนนี้ก็โดนฟ้องไปเรียบร้อยแล้ว)

เอ๊ะหรือนี่จะเป็นเหตุให้เครื่องสีขาวมันออกล่าช้านะ???

คิดเล่นๆ ถ้าจะมี Apple Store ในกรุงเทพ จะไปตั้งที่ไหนดี

อันนี้แค่คิดเล่นๆ จากการที่ได้ไปเห็น Apple Store มาแล้ว 4 ร้าน แต่ละร้านก็มีรูปแบบเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง

  1. München สาขานี้ถือว่าเป็นสาขาแรกของเยอรมันนี ตั้งอยู่ในย่านการค้าของเมือง (เดินไปนิดเดียวก็เป็น Rathaus แล้ว) ตัวร้านใช้พื้นที่สองขั้นหน้าร้านเป็นประจกมองเห็นได้จนถึงหลังร้านเลย หน้ากว้างอีกต่างหาก
  2. Hamburg สาขานี้เป็นสาขาที่สอง นับว่าไปไกลพอสมควร (นั่งรถ S-Bahn ไปจนสุดสายเลยทีเดียว) ตัวร้านตั้งอยู่ในศูนย์การค้ามีขนาดชั้นเดียว ก็ทำให้นึกถึงบรรยากาศของ iStudio สาขา Central World ได้ แต่รู้สึกว่าร้านนี้จะลึกกว่าที่นั่นอีกหน่อย
  3. Paris สาขาที่เป็นเอกลักษณ์สาขาที่สองของ Apple วัดจากการออกเสื้อวันเปิดร้านที่มีเอกลักษณ์ของปิระมิดพิพิธภัณฑ์ Lourve ร้านนี้ก็เป็นสองชั้น พื้นที่ไม่ได้กว้างใหญ่มากมายถ้าเทียบกับ München แต่ด้วยโครงสร้างของร้านทำให้แบ่งมุมสำหรับสินค้าแต่ละชนิดได้สะดวก
  4. Frankfurt สาขานี้เป็นสาขาที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดของเยอรมันนี เล็กกว่า München อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังเป็นสองชั้นเช่นกัน และด้านหน้าเป็นกระจกมองทะลุถึงด้านหลังร้านเช่นกัน

เอาหล่ะที่เหมาะๆ ดีๆ ในกรุงเทพตอนนี้มีที่ไหนบ้างที่คู่ควรสำหรับการตั้ง Apple Store สาขาแรก ผมคิดว่าร้านนี้น่าจะตั้งในย่านการค้าใหญ่ของกรุงเทพได้ ต้องเป็นสถานที่ที่สามารถเอาโครงสร้างกระจกแบบ 2 สาขาที่กล่าวถึง สถานที่ที่พอจะเข้าท่าเข้าทางที่ผมนึกออกก็คือสยามสแควร์ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องไปตั้งย่านลาดพร้าว เช่นอาคารยูเนี่ยนมอลล์ หรือจะให้เก๋ๆ ก็หลบอยู่ในซอยทองหล่อก็ได้ ด้วยตัวเลือกสถานที่ที่ยกขึ้นมา 3 แห่งนี้ผมดูจากการความพร้อมของสถานที่เป็นหลักเพราะเข้าใจว่าร้านของ Apple ต้องการความเด่นสง่าสะดุดตาเมื่อมองจากระยะไกล คงไม่เหมาะที่จะเอาร้านไปหลบอยู่ในลืบมุมใดภายในตัวห้างสรรพสินค้าแน่นอน และหากไม่ไปตั้งในย่านการค้าก็อาจจะทำให้บรรยากาศในร้านกร่อยได้ซึ่ง Apple คงจะไม่ชอบใจเท่าใด จึงคิดว่า 3 ตัวเลือกนี้น่าจะเหมาะที่สุด ตัวเลือกอื่นๆ ที่น่าสนใจแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ก็เช่น ย่านศรีนครินทร์ เพราะค่อนข้างห่างไกลไปหน่อย การเดินทางยากลำบากไปนิด หรือย่านหลักสี่บางเขนก็จะประสบปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้

จริงๆ โดยส่วนตัวผมเชียร์สยามสแควร์นะ แต่ปัญหาคือแถวนั้น iStudio มีเยอะสาขาเกินไปหน่อย ถ้าเอา Apple Store ไปตั้งเกรงว่าจะทำให้ร้านตรงนั้นเกิดอาการซบเซาได้ทันที (ไม่ได้บอกว่า Apple Store มันดีไปเสียทุกอย่างนะครับ แต่ถ้าเลือกได้ผมก็อยากเข้า Apple Store มากกว่า อย่างน้อยผมก็มั่นใจได้ว่าการตัดสินใจที่ออกมาจากทางนั้นเป็นที่สุดแล้ว ไม่ต้องหงุดหงิดใจกับอาการกลัว Apple ไม่ยอมให้เปลี่ยนสินค้าในบางกรณีที่อาจจะเกิดขึ้นได้)

แต่คงอีกหลายปีอยู่เลยกว่าที่ Apple จะเล็งเห็นว่าควรจะมาตั้งร้านสาขาของตัวเองในประเทศไทยนี้ คงต้องรอให้แปลอะไรหลายๆ อย่างเป็นภาษาไทยให้สำเร็จเสียก่อน เพราะรู้สึกว่า Apple ก็ค่อนข้างเคร่งเครียดเรื่องนี้พอสมควร จะสังเกตได้จากสิ่งของที่ปรากฏในร้านในประเทศแถวนี้ ทุกอย่างก็จะถูกบรรจงเขียนเป็นภาษาท้องถิ่น ก็หวังว่าถ้ามีสาขาในประเทศไทย เอกสาร/สื่อทุกอย่างก็ควรจะถูกแปลเป็นภาษาไทยด้วย ดังเช่นที่เขาพยายามแปลหน้าผลิตภัณฑ์เป็นภาษาไทยแล้ว

ปล. สุดท้ายผลออกมาว่า Apple Store สาขากรุงเทพจะไปตั้งอยู่ที่รัชโยธินแทน นี่ผมจะฮาขี้แตกขี้แตนเลยนะเนี่ย

9 41 และ 9 42 จากปากคำของคน Apple

ก็เดากันไปต่างๆ นานา ผมก็เคยเดาว่ามันเหมือนเครื่องหมาย Play แต่จากปากคำของคน Apple เองกลับได้คำตอบว่า “จริงๆ แล้วเราอยากให้มันเป็นเลขบอกเวลาช่วงที่สินค้าตัวนั้นถูกแสดงต่อสาธารณะชนครั้งแรก (ใน Keynote)”

ทีแรกก็ไม่ค่อยเชื่อ แต่พอเปิดดูใน Keynote ของสินค้าตัวนั้น เออ เวลาที่ผู้พูด (จะ Steve Jobs หรือใครก็แล้วแต่) แสดงหน้าจอของสินค้าตัวนั้นครั้งแรกก็จะอยู่ในช่วงเวลาประมาณนาทีที่ 9 หรือไม่ก็นาทีที่ 40 กว่าๆ จริงๆ ก็นับว่าเป็นความแยบยลอีกเรื่องของ Keynote แฮะ

ที่มา: TÚAW

Syndicate content